บทที่ 13 ความต้องการที่สวนทางกัน

  EP13.ความต้องการที่สวนทางกัน 

  เเต่ดูเหมือนว่านาริกาจะคิดผิดไป ร่างเล็กหันหลังไปมองคนตัวโตที่เดินตามเธอมาติดๆด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนจะสะบัดหน้าหันมามองกลอนประตูพร้อมกับไขมันเข้าไปแทน เขาดูไม่เหนื่อยเลยสักนิดสำหรับการเดินขึ้นบันไดมาตั้งสามชั้น รู้งี้เธอน่าจะอยู่สักชั้นห้า เขาจะได้เลิกหาเรื่องมาหาเธอเพราะขี้เกียจเดินขึ้นบันได 

  “ไขเสร็จแล้วก็เข้าไปสิ” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยออกมารดต้นคอ ทำเอาคนที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยขนลุกวาบ 

  นาริกาไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองข้างหลัง เพราะเธอรับรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณว่าเขาอยู่ใกล้เธอเพียงใด หญิงสาวเดินตัวเเข็งเข้าไปในห้อง ดีที่เธอเป็นคนรักความสะอาด ห้องถึงได้ดูมีระเบียบไม่น่าอายอย่างที่คิด 

  “ชะเชิญค่ะ” 

  สิ้นเสียงนั้น มาติเนสก็ปิดประตูลงก่อนที่ร่างสูงจะกวาดตามรอบๆห้องเพื่อสำรวจ ห้องของเธอเล็กกว่าที่เขาจิตนาการเอาไว้มาก ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าใช้ชีวิตอยู่ในห้องที่แคบขนาดนี้ได้ยังไง ในห้องนี้มีมีเครื่องอำนวยความสะดวกเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น เตียงไม้ที่อยู่มุมห้องถูกปูทับด้วยผ้าปูที่นอนสีชมพูพาสเทล ถัดไปตรงนั้นจะเป็นโต๊ะไม้ที่มีหนังสือวางเรียงอยู่เป็นชั้นๆ ตู้เสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้ามองปร๊าดเดียวก็รู้ว่ามันไม่ค่อยเเข็งแรงเท่าไหร่นัก ดีหน่อยที่ยังมีตู้เย็นเหมารวมอยู่ในห้องนี้ด้วย

  ส่วนด้านนอกจะเป็นโซนทำอาหารที่นาริกามักจะชอบทำอะไรง่ายๆกิน ห้องน้ำก็อยู่ด้านนอก แอร์ก็ไม่มี มีแต่พัดลมหนึ่งตัวเท่านั้น คนตัวเล็กปล่อยให้แขกที่เธอไม่ได้รับเชิญ เดินสำรวจห้องไปก่อน เธอเดินไปหยิบแก้วที่วางอยู่บนตู้เย็นออกมาหนึ่งใบก่อนจะเปืดตู้เย็น ถือเหยือกออกมาเพื่อต้อนรับเขาตามมารยาท 

  “คุณเนสมีอะไรจะคุยกับนาพูดมาได้เลยค่ะ ทานน้ำไหมคะ” เธอหันมาถามก่อนจะวางทุกอย่างลงไปบนโต๊ะไม้ที่มีอยู่ตัวเดียว

  “ไม่ล่ะ ฉันนั่งบนนี้ได้ใช่ไหม” พูดจบร่างหนาก็นั่งลงบนเตียงแข็งๆทันที ถึงห้องเธอจะดูเล็กไปหน่อย แต่กลิ่นหอมอ่อนๆของผ้าปูที่นอนกลับช่วยทำให้ร่างโตผ่อนคลายขึ้นมาได้เสียดื้อๆ 

  “ค่ะ นั่งได้ค่ะ” เมื่อเห็นว่าคนตัวโตนั่งลงบนเตียงแล้ว นาริกาก็ขยับเก้าอี้ออกเพื่อนั่งลงเช่นกัน เธออยากรีบคุยกับเขาให้เสร็จ 

  “ผู้ชายคนนั้น…จีบเธออยู่หรอ?” ร่างสูงเลิกคิ้วถามต่อให้อยู่ดาวอังคารเขาก็มองออกว่าไอ่หน้าจืดนั่นมันมองเธอด้วยสายตาแวววับขนาดไหน เขาเป็นผู้ชายเหมือนกันทำไมจะดูไม่ออกว่ามันคิดยังไงกับเธอ 

  “เปล่านะคะ นากับต้นกล้าเป็นเพื่อนกันค่ะ” คนตอบทำหน้าตาใสซื่อตอบกลับอีกแล้ว ก็เธอคิดแบบนั้นจริงๆนี่นา เธอไม่ได้ชอบต้นกล้าเสียหน่อย 

  “เพื่อนที่ไหนจ้องตาเป็นมันแบบนั้น” เขานึกหัวเสียอยู่ไม่น้อยที่เธอไปทำตัวสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น 

  “คุณเนสขึ้นมาบนนี้เพื่อจะถามนาแค่นี้หรอคะ คุยกันในรถตั้งแต่แรกก็จบไปแล้วค่ะ” 

  เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าเริ่มไม่ค่อยดี นาริกาจึงเอ่ยตัดบท เธอไม่เข้าใจว่าเขาจะไม่พอใจเรื่องของเธอกับต้นกล้าทำไม ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันเลยสักนิด 

  “อย่ามายอกย้อนนะนาริกา วันนี้ฉันจะมาทวงสัญญาของฉัน เธอทำตัวเหมือนเดิมกับฉันไม่ได้นี่” 

  สายตาคมกริบจ้องมองร่างบางทะลุเข้าไปในกาย หยาบ ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องต้อนเธอให้จนมุม 

  “อะ…อะไรคะคุณเนส พูดเรื่องอะไร” เธอรู้อยู่แก่ใจ แต่ยังไงก็ต้องหาทางรอดไปให้ได้ก่อน สายตานั้นเขาเอาจริงแน่! 

  “ถ้าเธอทำตัวเป็นเหมือนเดิมกับฉันไม่ได้ เธอต้องกลายมาเป็นคู่นอนของฉันจำได้ไหม  เธอเป็นคนบอกฉันเองว่าตามใจ!”

  “นา…นาก็ทำตัวปกติตลอดนะคะ คุณเนสอย่ามาโมเมนะ” หรือเขาจะจับได้แล้ว่าเธอพยายามจะหลบหน้า ช่างสิ! ต่อให้จับได้เธอก็จะไม่ยอมไปเป็นคู่นอนของเขาหรอก 

  “สาบานสิว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้าฉัน?” 

  “โอ้ย หลบหน้าอะไรกันล่ะคะ ก็ช่วงนี้นาติดสอบ เลยต้องเลื่อนเวลาทำงานใหม่หมด” 

  ใครจะไม่รู้ว่าเธอกำลังร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก เต็มหลังเนียนไปหมดแล้ว กลัวเขาจับได้ก็กลัว! เธอไม่อยากให้เขาทำแบบนั้นกับเธออีก เธอไม่อยากชอบเขาไปมากกว่านี้ แต่ทำไมเขาถึงได้ขยันมาตามตื๊อเธอไม่หยุดหย่อนกันนะ า

  “งั้นหรอ….แล้วใครที่ไปตีสนิทกับการ์ดฉันเพื่อถามว่าฉันทำงานตอนไหนบ้าง” 

  เด็กสาวผงะ เข้ารู้! ทั้งๆที่เธอกำชับเอาไว้เเล้วเชียวว่าห้ามบอกมาติเนสเด็ดขาด แต่ก็อย่างว่า นั่นมันลูกน้องเขานี่ มาติเนสกอดอกมองหน้าคนตัวเล็กอย่างคาดโทษ หากเขาไม่เอะใจจนไปเช็คกล้องวงจรปิดดู ก็คงไม่รู้ว่าเธอมีเล่ห์เหลี่ยมขนาดไหน 

  “อ่า เรื่องนั้น เห้อ….นาไม่อยากเป็นแบบนี้แล้วค่ะคุณเนสมันอึดอัด”

  นาริการะเบิดอารมณ์ออกมาเพราะสุดจะกลั้น หน้าตาของเธอย่นเข้าหากันเพื่อปลดปล่อยความทุกข์ที่อยู่ในใจ 

  “อึดอัด…เพราะฉัน?” เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอรู้สึกแบบนั้นเสียหน่อย 

  “ค่ะ นาไม่อยากนอนกับคุณเนสอีกแล้ว” เธอพูดน้ำเสียงจริงจังทำเอาคนที่ได้ยินใจแป้วอีกครา 

  “ทำไม….ฉันทำไม่ดีหรือไง หรือจังหวะกระแทกของฉันมันยังไม่ถูกใจเธอ” ทำไมเขาต้องมาสงสัยอะไรแบบนี้ด้วย ทั้งๆที่เมื่อก่อนผู้หญิงพวกนั้นมักจะชมเรื่องบนเตียงของเขาอยู่เสมอ แถมพวกหล่อนยังเรียกร้องอยากให้เขาทำอีกรอบ แต่ทำไมกับนาริกา…เธอถึงดูต่อต้านเขาได้ขนาดนี้ 

  “มะไม่ใช่ค่ะ!”

  “แล้วยังไง ที่เธอหลบหน้าฉันไม่ใช่ว่าเธอกำลังชอบฉันอยู่หรือไง?” 

  แก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ คล้ายกับว่าเธอจะเก็บอาการไม่มิดเสียแล้ว เขาถึงได้สงสัยว่าเธอกำลังชอบเขาอยู่ 

  ( เอาว่ะไอ้นา! ชอบก็บอกชอบ…เรามันคนจริงอยู่แล้ว ) 

  “ค่ะ นาชอบคุณเนส” 

  “นั่นไงฉันว่าเเล้วเธอต้อง…..วะว่าไงนะ! พูดอีกทีซิ!” ร่างหนาผุดลุกขึ้น 

  คำตอบที่เขาเดาไว้ไม่ใช่แบบนี้ เขานึกว่าเธอจะปฎิเสธเสียอีก คำตอบที่คาดไม่ถึงทำเอามาเฟียหนุ่มทำตัวไม่ถูก นาริกาคือผู้หญิงที่ทำให้เขาสตั้นไปหลายต่อหลายครั้ง แถมเธอยังเป็นคนที่ทำให้เขากลายเป็นคนคิดมากไปเสียทุกเรื่อง ให้ตายเถอะ! เธอทำเสน่ห์ใส่เขาหรือเปล่าวะ! 

  “เพราะนาชอบคุณเนสไงคะ เราถึงไม่ควรเป็นคู่นอนอะไรนั่น” สาวน้อยใจกล้าเอ่ยออกมาตรงๆเธอเป็นพวกประเภทคนชัดเจน ไม่ซับซ้อน เพราะถือคติว่าชีวิตคนเรามันสั้น รู้สึกยังไงก็พูดออกไปเเบบนั้นเถอะ 

  “ทำไม…เธอชอบฉัน ก็ควรดีใจไม่ใช่หรอที่ได้นอนกับฉัน” มันควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือไง นี่ตกลงเธอชอบเขาจริงๆหรือเปล่า 

  “ไม่ค่ะ” เธอส่ายหัว 

  “นาชอบคุณเนสคนเดียวนี่คะ คุณเนสไม่ได้ชอบนา เสียหน่อย หรือคุณเนสจะบอกว่าอยากนอนกับนาเพราะความรักหรอคะ อย่างคุณเนสรวยล้นฟ้ามีเงินหลายร้อยล้านเลยนะคะ แต่คุณเนสลองมองดูนาสิคะ นาเป็นแค่แม่บ้าน สมบัติที่นามีคือตู้เย็นกับพัดลม เราต่างกันมากเลยนะคะ” 

  นาริกาลุกขึ้นมาอธิบายให้คนตัวโตฟังอย่างใจเย็น เมื่อไหร่เขาจะเข้าใจเสียที ว่าเธอต้องการคนรัก ไม่ใช่คู่นอน สมัยนี้คงปฎิเสธไม่ได้ว่าการที่เราจะคบกับใครสักคน สถานะทางสังคมมันก็ต้องไปด้วยกันได้ด้วย เพราะงั้นเรื่องของเขาและเธอ เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่เริ่ม! 

  “ฉันไม่ได้สนเรื่องนั้นเสียหน่อย ต่อให้เธอมีแค่ตัวก็ไม่เป็นไร” 

  “แต่นาเป็นค่ะ เรื่องฐานะทางสังคมนายังพอไปต่อได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออะไรรู้มั้ยคะ คือคุณเนสไม่ได้ชอบนาไงคะ คุณเนสอยากได้นาเพราะชอบเซ็กส์ของนา คุณเนสกล้าสัญญาไหมล่ะคะ ว่าถ้านาตกลงเป็นคู่นอนกับคุณเนส ในอนาคตเราสองคนจะรักกันและแต่งงานกัน มีลูกสร้างครอบครัวอย่างที่คนปกติเขาทำกันได้” 

  “ฉัน…..” ปากหนาพูดไม่ออก เหมือนถูกโซ่ตรวนตรึงปากเอาไว้ 

  เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กอายุ 20 จะวาดฝันอนาคตไว้ไกลกว่าคนอายุ 35  อย่างเขาเสียอีก เธอคงอยากได้คนรักที่รักกันจริงๆแบบในหนัง แต่สิ่งที่นาริกาต้องการมันเยอะเกินไปสำหรับเขา เยอะเสียจนเขาไม่อาจรับปากว่าจะให้เธอได้ แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกของในเขาตอนนี้ แน่นอน…เขาเองก็ชอบเธอเหมือนกัน ถ้างั้นคงไม่ยอมเสียเวลามาหาขนาดนี้หรอก 

  “เห็นไหมละคะ ยังไงคุณเนสก็ไม่มีวันรักนาได้อยู่ดี” ร่างเล็กพูดออกมาน้ำเสียงแผ่วเบา ในใจลึกๆก็หวังอยากจะให้เขารับปากว่าจะทำให้ 

  เพียงแค่เริ่มต้นเธอยังเจ็บถึงเพียงนี้ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเธออยู่ในความสัมพันธ์แบบที่มีเพียงสถานะคลุมเครือ เธอจะเจ็บปวดขนาดไหน เพราะถึงอย่างไรคำตอบมันก็คงชัดเจนอยู่แล้วว่าเธอคงตกหลุมรักเขาได้ไม่ยาก 

  “ฉันคงทำงั้นให้เธอไม่ได้” เขาเงยหน้าขึ้นมามองเธอก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง 

  มาติเนสปฎิญาณตนเอาไว้แล้ว ว่าเขาจะไม่มีวันมีครอบครัว เขาจะไม่มีวันยอมลากผู้หญิงคนไหนเข้ามาเสี่ยงกับชีวิตของเขา คนไม่ค่อยถนัดเรื่องรัก กลับพูดไม่ออกว่าควรจะอธิบายให้เธอฟังอย่างไร เขารู้เเต่เพียงว่า เรื่องพวกนั้นที่เธอต้องการมันไม่ได้มีอยู่ในอนาคตของเขา 

  “ค่ะ ไม่เป็นไร นาเข้าใจ งั้นคุณเนสก็ช่วยเข้าใจนาด้วยนะคะ ว่านาเองก็ทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆ ถ้าคุยจบแล้ว เดี๋ยวนาลงไปส่งค่ะ” 

  เธอไม่อยากเจ็บปวดไปมากกว่านี้ มาติเนสคือรักแรก และมันจะสวยงามที่สุดหากจะหยุดความรู้สึกเอาไว้เพียงตรงนี้ ร่างบางไม่อยากเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาอีกแล้ว เพราะคำตอบที่เธอได้รับกลับมา มันทำให้เธอตัดสินใจทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย 

  มือหนากระตุกเเขนบางเพื่อให้เธอเซเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา เมื่อครู่นาริกากำลังจะเดินไปเปิดประตูเพื่อส่งเขากลับ แต่เขาไม่ได้มาหาเธอเพื่อที่จะให้เรื่องมันจบแบบนี้ 

  “คะคุณเนส….ปะปล่อยนาค่ะ อย่าทำแบบนี้” เธอเอ่ยน้ำเสียงสั่นเครือ ความอบอุ่นที่เขามอบให้มันทำให้เธอยิ่งหวั่นไหว กอดของเขามันทำให้เธอน้ำตาคลอกับความรักที่เป็นไปได้ยาก

  “ฉันไม่เคยคิดจะปล่อยเธอไปอยู่แล้วตั้งแต่แรก ฉันไม่รับปากเรื่องความรักอะไรนั่น เพราะฉันรู้ว่าของแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะพูดออกไปพล่อยๆได้ แต่ฉันรับรองว่าฉันจะดูแลเธอให้ดีที่สุดในระหว่างที่เธออยู่กับฉัน” 

  มือหนาเชยคางมนขึ้นมาเพื่อให้เธอสบตากับเขาในขณะที่ยังกอดกันอยู่ นาริกาแทบจะลืมหายใจเมื่อได้อยู่ใกล้เขาจนเกือบจะจมูกชนกันขนาดนี้ ที่เขาพูดออกมาหมายความว่ายังไง นึกว่าเขาจะเข้าใจสิ่งที่เธออธิบายไปแล้วเสียอีก 

  “คุณเนสพูดอะไรคะ นาบอกแล้วไงว่านาไม่อยากเป็นคู่นอน” 

  “งั้นก็ไม่ต้องเป็นคู่นอน เป็นของฉันคนเดียวก็พอ” 

  ทั้งสองสบตากันอย่างเนิ่นนาน คำพูดของเขาดูจริงใจ แต่ถึงอย่างไรสถานะที่ไม่ชัดเจนก็ทำให้เธอเจ็บปวดอยู่ดี 

  “ดูท่าคุณเนสจะพูดไม่รู้เรื่องนะคะ ปล่อยค่ะ” 

  “ไม่! ต่อให้เธอจะปฎิเสธ ฉันก็ไม่สน….ฉันอยากได้เธอฉันก็ต้องได้ ส่วนเรื่องอื่นค่อยคิดทีหลัง”

  “คุณเนส! อื้ออออ” 

  เสียงเล็กๆขอฃเธอถูกกลืนหายไปกับพายุจูบรสหวาน แขนหนาทั้งสองข้างกอดรัดร่างบางเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอดิ้นหนีไปไหนได้ ริมฝีปากหนาตะโบมจูบไปทั่วริมฝีปากจิ้มลิ้ม ประโยคสุดท้ายของเขาบอกชัดเจนทุกถ้อยคำว่า…ต่อจากนี้ เธอไม่สามารถหนีเขาไปไหนได้อีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป